14 กรกฎาคม 2552

เปิดงานวันชาวไร่...ประชาชนร่วมงานคับคั่ง

นายศุภกิจ บุญฤทธิพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  ร่วมเปิดงานมหกรรมวันชาวไร่ 36 ปี กรมวิชาการเกษตร ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ในวันที่ 30 มิถุนายน 52 ภายในงานมีการจัดนิทรรศการของหน่วยราชการและเอกชน 39 หน่วยงาน การสาธิตแปรรูปผลิตผลการเกษตร สาธิตเครื่องเก็บเกี่ยวข้าวโพด และเครื่องจักรกลเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และผลงานด้านวิชาการให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป หลังพิธีเปิด ผวจ. นครสวรรค์ และอธิบดี ได้เดินชมแปลงและนิทรรศการ จนกระทั่งเวลาประมาณ 15 .00 น. ประธานในพิธีได้เดินทางกลับ

นายพิเซษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เปิดเผยว่า มีเกษตรกรและประชาชนให้ความสนใจเข้าชมแปลงสาธิตและนิทรรศการ กว่า 2,300 คน ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานในวันดังกล่าวยังสามารถเข้าชมแปลงสาธิตพันธุ์พืชไร่ 14 ชนิด รวม 62 พันธุ์ บนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ได้ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 52


แปลงสาธิตพันธุ์พืชไร่


อีกมุมมองของแปลงสาธิต


แปลงข้าวโพดพันธุ์ "นครสวรรค์ 3" สำหรับใช้สาธิตเครื่องเก็บเกี่ยวข้าวโพด


ประชาชนร่วมพิธีเปิดงาน


นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ร่วมงาน


ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์กล่าวต้อนรับ


อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวเปิดงาน


ผวจ.นครสวรรค์ และอธิบดี กวก. ร่วมกดปุ่มเปิดงานวันชาวไร่


ผวจ.นครสวรรค์ อธิบดี กวก. หัวหน้าส่วนราชการ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


เยี่ยมชมแปลงสาธิต


การให้บริการวิชาการ ต่ออายุ-ขอใบอนุญาตจำหน่ายปุ๋ย-วัตถุอันตรายและเมล็ดพันธุ์พืช


เกษตรกรขอรับคำปรึกษาปัญหาศัตรูพืชจากคลินิกพืช


อธิบดี กวก. เยี่ยมชมการให้บริการคลินิกพืช และสนทนากับเกษตรกร


นักเรียนจาก ร.ร วัดประชาสรรค์ให้ความสนใจเชื้อสาเหตุโรคพืช


สีสันของงานที่แท้จริง.. พระ-เณรกว่า 300 รูป จากวัดตากฟ้า เข้าศึกษาในแปลงสาธิต


อธิบดี กวก. มอบรางวัลข้าวโพดลูกผสม นครสวรรค์ 3 แก่เกษตรกรที่ร่วมกิจกรรมตอบปัญหา


สาธิตเครื่องเก็บเกี่ยวข้าวโพด

4 มิถุนายน 2552

มหกรรมวันชาวไร่ 36 ปี กรมวิชาการเกษตร


นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เผยว่า ในโอกาสสถาปนาครบรอบ 36 ปีของกรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ได้กำหนดให้มีการจัดงานมหกรรมวันชาวไร่ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และผลงานด้านวิชาการให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป กิจกรรมหลักของงานประกอบด้วยการจัดแสดงแปลงสาธิตพันธุ์พืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันสำปะหลัง งา พืชตระกูลถั่ว สาธิตเครื่องจักรกลการเกษตร สาธิตการแปรรูปผลิตผลเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรจากหน่วยราชการและเอกชน นอกจากนี้ยังให้บริการคลินิกพืช บริการวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ต่อใบอนุญาตและออกใบอนุญาตจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตร-ปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์พืช จำหน่ายสินค้าแปรรูปและผักปลอดสารพิษ คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมงานไม่น้อยกว่า 500 คน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-5624-1019

6 พฤษภาคม 2552

เกษตรฯ เปิดตัวพืชพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตสูง


กรมวิชาการเกษตร โชว์สุดยอดผลงานวิจัย 5 พืชพันธุ์ใหม่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันสำปะหลัง ถั่วเขียว กาแฟ ทุกพันธุ์ล้วนให้ผลผลิตสูง พร้อมเดินหน้าผลิตพันธุ์หลักให้เกษตรกรนำไปปลูก
เมื่อเร็วๆ นี้ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีกรมวิชาการเกษตรจะมีพันธุ์พืชใหม่ๆ แนะนำออกสู่ไร่นาของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ในปี 2552 นี้ กรมวิชาการเกษตรมีพันธุ์พืชใหม่ที่สำคัญที่จะแนะนำให้เกษตรกรนำไปปลูก จำนวน 5 พันธุ์ ได้แก่ อ้อยพันธุ์อู่ทอง 8 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมนครสวรรค์ 3 มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 9 กาแฟอาราบิก้าพันธุ์เชียงใหม่ 80 และถั่วเขียวผิวดำพันธุ์ชัยนาท 80 ในโอกาสนี้ได้มอบพันธุ์พืชทั้ง 5 ชนิดให้เกษตรกรเพื่อนำไปปลูก ในส่วนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาชายธง คุณวินัย ฟักขาว และ คุณสุชิน แหวนเพชร เกษตรกรจาก ต.ลำพยนต์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ได้เดินทางเข้ารับมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 3 และสายพันธุ์แท้พ่อ-แม่ จากรัฐมนตรีว่าการฯ สำหรับนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมนครสวรรค์ 3 ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โดยศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์จนได้พันธุ์ที่มีคุณสมบัติตามต้องการคือ ให้ผลผลิตสูงใกล้เคียงกับพันธุ์ลูกผสมการค้า มีความทนทานแล้งในระยะออกดอก สามารถเก็บเกี่ยวด้วยมือง่าย
พร้อมกันนี้ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่า พันธุ์พืชทั้ง 5 ชนิดนี้ กรมวิชาการเกษตรมีความพร้อมในการจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกรผู้สนใจได้นำไปเพาะปลูกในฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงนี้ หากเกษตรกรสนใจสามารถคิดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์วิจัย ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของผลงานการปรับปรุงพันธุ์พืชชนิดนั้นๆ

22 เมษายน 2552

เตือนภัย... การระบาดของเพลี้ยแป้ง

นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในช่วงฤดูแล้ง พบการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในมันสำปะหลังต้นโตที่ยังไม่มีการเก็บเกี่ยว สภาพที่เหมาะสมต่อการระบาดได้แก่สภาพที่อากาศแห้งแล้ง หากฝนยังทิ้งช่วงต่อไปอาจมีการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้งเข้าทำลายมันสำปะหลังที่ปลูกใหม่ ตลอดจนพืชชนิดอื่น เช่น ข้าวโพด งา เพลี้ยแป้งเป็นแมลงจำพวกปากดูด จะดูดกินน้ำเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบ ยอด ตา ทำให้มันสำปะหลังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ลำต้นมีข้อถี่ ใบแตกพุ่ม ยอดเป็นกระจุก ต้นแห้งตาย ถ้าเข้าทำลายขณะมันสำปะหลังยังเล็กจะมีผลต่อการลงหัว
นางสาวศิวิไล ลาภบรรจบ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ เปิดเผยถึงแนวทางในการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้ง ว่า ในมันสำปะหลังต้นโตที่มีการระบาดให้เกษตรกรรีบเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมและแพร่กระจายไปยังแปลงอื่น จากนั้นทำความสะอาดแปลง เก็บเศษซากพืชออกหลังเก็บเกี่ยว ไม่ควรใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่พบเพลี้ยแป้งระบาด สำหรับแปลงที่ปลูกใหม่หากพบการทำลายของเพลี้ยแป้ง ให้ถอนต้นหรือตัดส่วนที่พบเพลี้ยแป้งมากๆ ใส่ถุง แล้วเผาทำลายนอกแปลง หากมีการระบาดในวงกว้างและจำเป็นต้องใช้สารเคมี ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงไทอะมีโทแซม 25% ดับเบิลยูจี หรือโปรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 4 กรัม หรือ 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่งดังกล่าวลดอัตราลงครึ่งหนึ่งผสมกับไวท์ออยล์ อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร โดยผสมไวท์ออยล์ในน้ำเพียงเล็กน้อยใช้ไม้กวนให้เข้ากัน เติมสารฆ่าแมลงแล้วเติมน้ำให้ครบที่กำหนด


27 มีนาคม 2552

คลินิกเกษตรเคลื่อนที่..อ.โกรกพระ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552 ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ได้เข้าร่วมให้บริการคลินิกพืช ในการจัดงานกิจฏรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ณ วัดบางประมุง หมู่ที่ 5 ต.บางประมุง อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ โดยมี นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานในการเปิดงาน กิจกรรมการที่ให้บริการในคลินิกพืช มีดังนี้
1. จัดนิทรรศการด้านพืช พันธุ์พืช และ การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
2. ให้คำแนะนำด้านการผลิตพืช และการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแก่เกษตรกร
3. แจกเอกสารวิชาการแก่เกษตรกร และผู้สนใจ
4. แนะนำพันธุ์มันสำปะหลัง ได้แก่ พันธุ์ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 9 และ CMR35-22-196
5. สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังแก่เกษตรกร 4 พันธุ์ จำนวน 200 ต้น และ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมนครสวรรค์ 3 จำนวน 20 ถุง ๆ ละ 3 กิโลกรัม
ผลการให้บริการในภาพรวมดังนี้
1) จำนวนเกษตรกรที่ลงทะเบียนตามแบบคลินิก 01 = 500 ราย
2) จำนวนเกษตรกรที่เข้ารับบริการในคลินิกพืช = 87 ราย
3) จำนวนเกษตรกรที่ได้รับบริการแล้วเสร็จในวันเปิดคลินิก = 87 ราย


19 มีนาคม 2552

ข้อเท็จจริงกรณีมันสำปะหลังเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายมานิต อนรรฑมาศ นายอำเภอตากฟ้า ได้เชิญพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยราชการในพื้นที่ ผู้ประกอบการลานมันสำปะหลัง และเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จาก ต.หนองหลวง อ.ท่าตะโก และ ต.อุดมธัญญา อ.ตากฟ้า เพื่อร่วมหารือปัญหามันสำปะหลังเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ ลานมันไม่รับซื้อ เกษตรกรขายหัวมันสำปะหลังไม่ได้ราคา ต้องขอให้หน่วยงานราชการเร่งช่วยเหลือ

สาเหตุที่ผู้ประกอบการลานมันไม่ต้องการรับซื้อหัวมันสำปะหลังในเขตพื้นที่ปลูกดังกล่าว เนื่องจากมันสำปะหลังมีเนื้อแป้งสีเหลืองฉ่ำน้ำ เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ เยื่อใยสูง โดยมาตรฐานการรับซื้อหัวมันสำปะหลังของลานมันที่ตั้งไว้ต้องมีแป้งไม่ต่ำกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทราบถึงปัญหา นายอำเภอตากฟ้า และพาณิชย์จังหวัด ได้ขอความร่วมมือให้ลานมันช่วยซื้อหัวมันสำปะหลังของเกษตรกรที่มีแป้งไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายหัวมันสำปะหลังได้ ด้วยราคาตันละ 900 บาท และราคาเพิ่มขึ้นลดลงตามเปอร์เซ็นต์แป้ง

นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ได้มอบหมายให้คณะนักวิชาการเกษตรของศูนย์ฯ เข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่และพันธุ์มันสำปะหลังที่เกษตรกรเรียกว่า ระยอง 90 ในพื้นที่ ต.อุดมธัญญา อ.ตากฟ้า พบว่า มีเปอร์เซ็นต์แป้งของหัวมันสำปะหลังที่ทำการสุ่มวัดสูงสุด 26 เปอร์เซ็นต์ และต่ำสุด 19.85 เปอร์เซ็นต์ โดยพันธุ์มันสำปะหลังที่เกษตรกรปลูก มีเนื้อแป้งสีเหลือง ไส้กลวง ฉ่ำน้ำ หัวใหญ่ ผลผลิตดี ทนแล้ง ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่ง เก็บต้นไว้ทำพันธุ์ได้ดี ลักษณะดินที่ปลูกเป็นดินทราย และ ดินร่วนปนทราย ผลการตรวจสอบพันธุ์มันสำปะหลังโดยคณะนักวิชาการเกษตรจากศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ และศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง พบว่า พันธุ์มันสำปะหลังที่เกษตรกรปลูกไม่ใช่พันธุ์ระยอง 90 แต่เป็นพันธุ์ที่นักวิชาการเกษตรได้เคยนำมาทำการทดสอบพันธุ์ในไร่เกษตรกร ซึ่งมีลักษณะทางเกษตรบางอย่างไม่ดี จึงไม่ได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร แต่เกษตรกรชอบเนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง หัวใหญ่ ทนแล้ง เก็บต้นไว้ทำพันธุ์ได้ดี จึงปลูกเก็บไว้ทำพันธุ์กันต่อมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี โดยลักษณะของพันธุ์ที่เกษตรกรเรียกว่าระยอง 90 เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ระยอง 9 แต่เนื้อแป้งมีสีเหลือง ฉ่ำน้ำ เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของโรงแป้ง ประกอบกับการปฏิบัติดูแลรักษาในการปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากดินที่ปลูกมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แต่เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20 กก./ไร่ เท่านั้น ไม่มีการปรับปรุงบำรุงดินแต่อย่างไร

นายดาวรุ่ง คงเทียน นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพแป้งของมันสำปะหลัง โดยแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนมาปลูกพันธุ์ระยอง 9 ที่มีลักษณะของพันธุ์ใกล้เคียงกับพันธุ์เดิมที่เกษตรกรปลูก แต่มีเนื้อแป้งสีขาว ให้แป้ง 24 เปอร์เซ็นต์ ในฤดูฝน และให้แป้ง 28-31 เปอร์เซ็นต์ ในฤดูแล้ง ผลผลิตประมาณ 4.9 ตัน/ไร่ ดินที่ปลูกเป็นดินทราย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ จึงแนะนำให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร่ และเพื่อให้การผลิตมันสำปะหลังมีความยั่งยืน เกษตรกรควรใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 1-2 ตันไร่ หรือร่วมกับการไถกลบซากต้นใบมันสำปะหลังสด 3 ตัน/ไร่ หรือร่วมกับปุ๋ยคอก 500 กก./ไร่

18 กุมภาพันธ์ 2552

"ตากฟ้า 3" ฝ้ายเส้นใยสั้นสีน้ำตาล

นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เปิดเผยถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาพันธุ์พืชไร่พันธุ์ใหม่ของศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน ได้มีการแนะนำพันธุ์ข้าวโพด ฝ้าย และถั่วเหลือง แก่เกษตรกรหลายพันธุ์ ล่าสุดได้เสนอขึ้นทะเบียนฝ้ายพันธุ์ “ตากฟ้า 3” ซึ่งเป็นฝ้ายเส้นใยสั้น มีสีของเส้นใยสีธรรมชาติ และให้ผลผลิตสูงสำหรับแนะนำแก่เกษตรกร และกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้ายทอมือ
นางสาวนัฐภัทร คำหล้า นักวิชาการเกษตร ระดับชำนาญการ กล่าวถึงความเป็นมาของฝ้ายพันธุ์ตากฟ้า 3 ว่า ได้มาจากการรวบรวมสายพันธุ์จากแหล่งปลูกฝ้ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2528 แล้วทำการคัดเลือกให้มีความสม่ำเสมอในพันธุ์ และมีการประเมินศักยภาพในการให้ผลผลิต ผลการดำเนินงานพบว่า ฝ้ายเส้นใยสั้นตากฟ้า 3 ให้ผลผลิตสูงถึง 285 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าพันธุ์เดิมซึ่งให้ผลผลิตเพียง 95 กิโลกรัม/ไร่ นอกจากนี้ยังมีความต้านทานต่อโรคใบหงิกและโรคเหี่ยว ทนต่อการเข้าทำลายของแมลงทั้งชนิดปากดูดและปากกัด ลักษณะเด่นของฝ้ายพันธุ์ตากฟ้า 3 คือ มีสีเส้นใยตามธรรมชาติเป็นสีน้ำตาลเข้ม ไม่จำเป็นต้องมีการฟอกย้อมด้วยสารเคมี เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นวัตถุดิบงานหัตถกรรมสิ่งทอซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและมีปริมาณความต้องการใช้มากขึ้น

เนื้อหา