แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา โรคใบไหม้แผลใหญ่ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา โรคใบไหม้แผลใหญ่ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

13 พฤศจิกายน 2558

โรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพด

ในสภาพที่มีความชื้นสูงและอากาศเย็นลง มักพบการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่รุนแรงในข้าวโพดหวานที่ปลูกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวโพดติดต่อกันหลายฤดู  เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดหวาน ควรหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติหลังจากที่พืชงอกขึ้นมา

เมื่อข้าวโพดเป็นโรคใบจะเกิดแผลขนาดใหญ่สีเทา หรือสีน้ำตาล แผลมีลักษณะยาวตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย แผลจะเกิดที่ใบล่างก่อนแล้วลามขึ้นสู่ใบบน ข้าวโพดหวานพันธุ์อ่อนแอจะแสดงอาการของโรคอย่างรุนแรงโดยแผลขยายรวมกันมีขนาดใหญ่ ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด นอกจากนี้ยังทำให้เกิดแผลที่กาบใบ ลำต้น และฝักได้ด้วย ต้นข้าวโพดหวานที่เป็นโรคใบไหม้แผลใหญ่อย่างรุนแรงจะทำให้การติดเมล็ดไม่สมบูรณ์ ฝักมีขนาดเล็ก บิดเบี้ยว
ภาพที่ 1 เชื้อราสาเหตุโรคใบไหม้แผลใหญ่ Exserohilum turcicum

ภาพที่ 2 อาการเริ่มแรกของโรค เกิดแผลฉ่ำน้ำสีเทา

ภาพที่ 3 ระยะต่อมาแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล 

ภาพที่ 4 ข้าวโพดพันธุ์อ่อนแอ แผลขยายใหญ่ลามติดกัน ทำให้ใบไหม้


ภาพที่ 5 ต้นข้าวโพดที่เป็นโรคใบไหม้แผลใหญ่


ภาพที่ 6 ข้าวโพดที่เริ่มเป็นโรคตั้งแต่ระยะแรกของการเจริญเติบโต ทำให้ฝักไม่สมบูรณ์



การป้องกันกำจัด
เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอ ตั้งแต่ระยะที่ข้าวโพดยังเล็ก ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงเมื่อพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้

- โพรพิโคนาโซล (propiconazole) อัตรา 15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
- อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล (azoxystrobin+difenoconazole) ซึ่งเป็นสารผสมสำเร็จรูปแล้ว อัตรา 15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
- คาร์เบนดาซิม +อีพอกซี่โคนาโซล (carbendazim+epoxyconazole) ซึ่งเป็นสารผสมสำเร็จรูปแล้วอัตรา 25 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร

โดยพ่น 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค โดยไม่มีสารตกค้างในผลผลิต ข้าวโพดหวานให้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก 2,675-3,040 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตฝักสดปอกเปลือกมาตรฐาน 1,399-1507 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตฝักสดปอกเปลือกมาตรฐานสูงกว่าการไม่ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชถึง 89 เปอร์เซ็นต์

โดยมีต้นทุนสารป้องกันกำจัดโรคพืช 173-369 บาทต่อไร่ รายได้ 10,700 บาทต่อไร่ รายได้สุทธิ 7,251-8,913 บาทต่อไร่

อย่างไรก็ตามในการป้องกันกำจัดโรคใบไหม้แผลใหญ่เกษตรกรควรใช้วิธีการอื่นร่วมด้วย เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน หรือใช้พันธุ์ต้านทาน เพื่อให้การปลูกข้าวโพดหวานมีความยั่งยืน

2 ธันวาคม 2551

เตือนภัย...การระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพดหวาน

โรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพดหวาน มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Exserohilum turcicum โรคนี้ระบาดทั่วไปโดยเฉพาะในแหล่งที่มีการปลูกข้าวโพดหวานติดต่อกันหลายปี เช่น ในจังหวัดทางภาคเหนือ และจังหวัดอื่นๆ เช่น กาญจนบุรี ตาก และในอีกหลายพื้นที่ เช่น นครสวรรค์ ปัจจัยที่เอื้อให้การระบาดมีความรุนแรง ได้แก่ สภาพอากาศที่หนาวเย็น มีน้ำค้างแรงในตอนกลางคืน เมื่อข้าวโพดหวานเป็นโรคใบไหม้แผลใหญ่จะกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพอย่างมาก




ลักษณะของเชื้อราสาเหตุ Exerohilum turcicum
ลักษณะอาการ
เกิดโรคได้กับทุกส่วน โดยเฉพาะบนใบ นอกจากนี้พบที่กาบใบ ลำต้น และฝัก โดยเกิดเป็นแผลมีขนาดใหญ่สีเทา หรือสีน้ำตาล มีลักษณะยาวตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย อาการจะเกิดกับใบล่าง ๆ ก่อน แผลมีขนาดยาว 2.5-15 ซม. ใบที่มีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลใหญ่ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด
แผลรูปกระสวย ยาวตามเส้นใบ พันธุ์อ่อนแอต่อโรคแผลลามติดกันทำให้ใบไหม้ทั้งใบ
โรคใบไหม้แผลใหญ่ทำให้ผลผลิตเสียหายมากกว่า 50 % ในด้านคุณภาพพบว่าทำให้ฝักข้าวโพดไม่สมบูรณ์ ฝักบิดเบี้ยว การติดเมล็ดไม่เต็ม

การแพร่ระบาดเชื้อราจะสร้างสปอร์บนแผล และสปอร์ก็จะแพร่ไปโดยลม ฝน เมื่อมีความชื้นสปอร์จะงอกเข้าทำลายใบข้าวโพดและแสดงอาการของโรคในส่วนอื่น ๆ ต่อไป เชื้อจะสร้างสปอร์จำนวนมากในสภาพความชื้นสูง และมีอุณหภูมิระหว่าง 18-27 องศาเซลเซียส ถ้าข้าวโพดเกิดโรคก่อนออกไหมทำให้ผลผลิตลดได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เชื้อราสามารถอยู่ข้ามฤดูในเศษซากข้าวโพด

การป้องกันกำจัด1. หมั่นตรวจไร่อยู่เสมอ ตั้งแต่ระยะกล้า เมื่อพบโรคในระยะเริ่มแรก ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้
· โพรพิโคนาโซล อัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
· คาร์เบนดาซิม + อีพอกซี่โคนาโซล อัตรา 25 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
· โพรพิโคนาโซล + ไดฟีโนโคนาโซล อัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
การพ่นด้วยสารกำจัดโรคพืชให้พ่น 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 7 วัน ไม่ควรใช้สารชนิดเดียวกันเกิน 3 ครั้ง เพราะจะทำให้เชื้อสาเหตุเกิดการดื้อต่อสารป้องกันกำจัดโรค

*** การควบคุมโรคด้วยสารเคมีกำจัดโรคพืชจะให้ผลดีเมื่อพ่นในระยะที่ข้าวโพดเริ่มแสดงอาการ ***

2. ทำลายข้าวโพดที่เป็นโรคและเศษซากของข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว เพราะเชื้อราสามารถอยู่ข้ามฤดูบนเศษซากข้าวโพดได้

3. หลีกเลี่ยงฤดูปลูกให้ไม่ตรงกับช่วงที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการระบาดของโรค

18 ธันวาคม 2552

เตือนภัยโรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพดหวาน

ในสภาพที่อากาศเย็นและมีความชื้นสูง มักพบการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพดหวานที่ปลูกในหลายพื้นที่ รวมทั้งพบการระบาดในจังหวัดนครสวรรค์โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวโพดติดต่อกันหลายฤดู สามารถพบการระบาดของโรคใบไหม้แผลใหญ่ตั้งแต่ต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมในปีที่ฝนตกชุก

เมื่อข้าวโพดเป็นโรคใบจะเกิดแผลขนาดใหญ่สีเทา หรือสีน้ำตาล แผลมีลักษณะยาวตามใบ หัวท้ายเรียวคล้ายรูปกระสวย แผลจะเกิดที่ใบล่างก่อนแล้วลามขึ้นสู่ใบบน ข้าวโพดหวานพันธุ์อ่อนแอจะแสดงอาการของโรคอย่างรุนแรงโดยแผลขยายรวมกันมีขนาดใหญ่ ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด นอกจากนี้ยังทำให้เกิดแผลที่กาบใบ ลำต้น และฝักได้ด้วย ต้นข้าวโพดหวานที่เป็นโรคใบไหม้แผลใหญ่อย่างรุนแรงจะทำให้การติดเมล็ดไม่สมบูรณ์ ฝักบิดเบี้ยว








การป้องกันกำจัด
เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอ ตั้งแต่ระยะที่ข้าวโพดยังเล็ก ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงเมื่อพบข้าวโพดเริ่มแสดงอาการให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้

- โพรพิโคนาโซล (propiconazole) อัตรา 15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
- อะซอกซี่สะโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล (azoxystrobin+difenoconazole) อัตรา 15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
- คาร์เบนดาซิม +อีพอกซี่โคนาโซล (carbendazim+epoxyconazole) อัตรา 25 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร

โดยพ่น 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค โดยไม่มีสารตกค้างในผลผลิต ข้าวโพดหวานให้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก 2,675-3,040 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตฝักสดปอกเปลือกมาตรฐาน 1,399-1507 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตฝักสดปอกเปลือกมาตรฐานสูงกว่าการไม่ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชถึง 89 เปอร์เซ็นต์

โดยมีต้นทุนสารป้องกันกำจัดโรคพืช 173-369 บาทต่อไร่ รายได้ 10,700 บาทต่อไร่ รายได้สุทธิ 7,251-8,913 บาทต่อไร่

อย่างไรก็ตามในการป้องกันกำจัดโรคใบไหม้แผลใหญ่เกษตรกรควรใช้วิธีการอื่นร่วมด้วย เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน หรือใช้พันธุ์ต้านทาน เพื่อให้การปลูกข้าวโพดหวานมีความยั่งยืน

1 สิงหาคม 2551

การระบาดของโรคใบไหม้มันสำปะหลัง

สถานการณ์การระบาด
ช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ในปีที่มีฝนตกติดต่อกัน มักพบการระบาดของโรคใบไหม้ในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกมันสำปะหลัง เนื่องจากมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการเกิดโรค ปีนี้ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ได้รับแจ้ง ให้เข้าไปตรวจสอบลักษณะอาการผิดปกติในแปลงเกษตรกรประมาณ 20 ราย นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งว่ามีการระบาดของโรคใบไหม้ในพื้นที่ อ.แม่วงก์ และ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ อีกด้วย

หลังจากเข้าไปตรวจสอบ พบการระบาดรุนแรงในมันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 5 ทางศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ได้อธิบายและทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันกำจัดที่เหมาะสมแก่เกษตรกร ซึ่งแม้ว่าพันธุ์นี้เป็นโรคได้ง่ายกว่าพันธุ์อื่นๆ แต่อาการไม่รุนแรงถึงกับทำให้ตาย

โรคใบไหม้ (Cassava Bacterial Blight : CBB)

  • เกิดจาก
    เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris pv. manihotis
มีรายงานการพบครั้งแรกในประเทศบราซิลในปี 2455 หลังจากนั้นมีรายงานการแพร่ระบาดเกือบทุกประเทศที่มีการปลูกมันสำปะหลังทั้งทวีปเอเชีย และลาตินอเมริกา
ในประเทศไทยพบครั้งแรกที่จังหวัดระยอง เมื่อปี 2518 และต่อมาพบทั่วทุกภาค ระดับความเสียหายเนื่องจากโรคนี้มีตั้งแต่ 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้ท่อนพันธุ์จากต้นที่เป็นโรค ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเกิดโรคและใช้ต้นพันธุ์ที่เป็นโรคติดต่อกัน 3 ถึง 4 ปี โดยไม่มีการป้องกันกำจัด อาจมีความเสียหายถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ระดับความเสียหายจะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์การใช้ท่อนพันธุ์ที่มีเชื้อปะปนมา (Contaminated cutting) ปลูกในแปลงและความเสียหายอาจรุนแรงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายจากโรคใบไหม้ในประเทศไทยจัดอยู่ในระดับปานกลาง
  • ลักษณะอาการ
เริ่มแรกแสดงอาการใบจุดเหลี่ยม ฉ่ำน้ำ ใบไหม้ ใบเหี่ยว ยางไหลจนถึงอาการยอดเหี่ยวและแห้งตายลงมา นอกจากนี้ยังทำให้ระบบท่อน้ำอาหารของลำต้นและรากเน่า

แผลฉ่ำน้ำ รูปร่างเหลี่ยมตามเส้นใบ



ใบมันสำปะหลังเป็นแผลสีน้ำตาล อาจลามติดกันทำให้ใบไหม้แห้ง



การระบาดของโรคในสภาพไร่
  • การสังเกตอาการเมื่อใช้ท่อนพันธุ์ที่ติดโรคมาปลูก
ท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค แสดงอาการ คือ ยอดที่ผลิตใหม่ เหี่ยว มียางไหล และมีอาการแห้งตายจากยอดอย่างรวดเร็ว และแพร่ระบาดไปยังต้นข้างเคียง ซึ่งมักจะแสดงอาการเป็นจุดช้ำเล็กที่ต้น แล้วแผลขยายใหญ่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มลุกลามเป็นแผลใหญ่ บางครั้งจะพบวงสีเหลือง (yellow halo) ลามเป็นใบไหม้ และใบร่วง ลำต้นแห้งตาย เมื่อผ่าดูระบบท่อน้ำและอาหารทั้งของลำต้น และราก จะมีสีคล้ำ เนื่องจากเนื้อเยื่อของส่วนนี้ถูกทำลาย ในบางครั้งจะพบอาการยางไหลบนส่วนลำต้นที่ยังอ่อนหรือก้านใบ และแผลจุดบนใบ พบระบาดมากได้ในช่วงฤดูฝน
  • การแพร่ระบาด
การแพร่ระบาดของโรคที่สำคัญ คือ ติดไปกับท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค แพร่กระจายไปโดยฝนหรือกับดิน หรือกับเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร เช่น มีดที่ใช้ในการตัดท่อนพันธุ์ ในบางประเทศมีรายงานว่า แมลงเป็นตัวการในการแพร่ระบาด เชื้อสาเหตุของโรคสามารถอยู่รอดในดินบนเศษซากพืชได้นานกว่า 2 ปี
  • การป้องกันกำจัด
    1. ใช้พันธุ์ต้านทาน พันธุ์ที่แนะนำในปัจจุบัน มีความต้านทานต่อโรคปานกลาง
    2. ใช้ท่อนพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อ
    3. ปลูกพืชอายุสั้นเป็นพืชหมุนเวียน หรือหลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังในแปลงที่ระบาดรุนแรงนาน 6 เดือน
ข้อมูลจาก http://210.246.186.28/fieldcrops/cas/pest/p01.HTM

24 กันยายน 2560

พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมการค้า ภาครัฐและเอกชน

ข้อมุลลักษณะเด่น และลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ลูกผสม จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ซึ่งที่ได้จากการปลูก ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ต้นฤดูฝน ปี 2560 วันปลูก  28 เมษายน 2560  เก็บเกี่ยว 24 สิงหาคม 2560 อายุ ณ วันเก็บเกี่ยว 118 วัน

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ 
ที่อยู่ 146 หมู่ 1 ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-241019

1.นครสวรรค์ 3
ทนแล้ง ต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง และราสนิม เก็บเกี่ยวง่าย
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.23 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      21.92 เปอร์เซ็นต์

2. นครสวรรค์ 2
มีระบบรากแข็งแรง ทนแล้ง ต้านทานโรคราน้ำค้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.50 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.52 เปอร์เซ็นต์

3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น NSX 042022 (พันธุ์นครสวรรค์ 4)
ทนแล้ง ต้านทานโรคราสนิม ราน้ำค้าง และใบไหม้แผลใหญ่
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.82 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      20.59 เปอร์เซ็นต์


4. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น NSX 052014 (พันธุ์นครสวรรค์ 5)
ทนแล้ง ฝักแห้งเร็ว ต้านทานโรคราสนิม ใบไหม้แผลใหญ่ และราน้ำค้าง
สามารถเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 100  วัน
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.97 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      19.68 เปอร์เซ็นต์


5. พันธุ์ผสมเปิดนครสวรรค์ 1 
อายุการเก็บเกี่ยว 100 วัน ต้านทานโรคโคนเน่าและโรคราน้ำค้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/47 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.2 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.24 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      18.61 เปอร์เซ็นต์
*พันธุ์ผสมเปิด สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกรุ่นต่อไปได้


ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ
 ที่อยู่ 298 ถ.มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30320 โทรศัพท์ 044-361700-2

1. สุวรรณ 4452
ทนแล้งดีพอสมควร และทนฝนตกหนัก
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.36 เปอร์เซ็นต์

2. พันธุ์ผสมเปิดสุวรรณ 5 
เหมาะสำหรับ เก็บฝักแห้งและใช้เป็นข้าวโพดหมัก
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.18 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.96 เปอร์เซ็นต์


บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ้วส์ จำกัด
ที่อยู่ ตู้ปณ. 1 ปณ.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี 18220 โทรศัพท์ 036-722440

1. CP 639
ฝักอ้วนใหญ่ เมล็ดโต  ติดสุดปลาย ระบบราก-ลำต้นแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.48 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      28.58 เปอร์เซ็นต์

2. CP 640
ฝักใหญ่ สีสวย ต้านทานโรคใบไหม้แผลใหญ่ ราก-ลำต้นแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.7 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.92 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์


บริษัท มอนซานโต้ ไทยแลนด์ จำกัด
ที่อยู่ 56 หมู่ 6 ถนนวังทอง-เขาทราย ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทรศัพท์ 055-394000

1. 9898C 
ยืนต้นได้ดี ทนต่อโรคทางใบ ปรับตัวดีทั้งฤดูฝนและหลังนา
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.79 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.75 เปอร์เซ็นต์

2. 9919C 
ยืนต้นได้ดีมาก ความชื้นต่ำ เหมาะมากสำหรับรถเกี่ยว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์


บริษัทแปซิฟิกเมล็ดพันธุ์ จำกัด
ที่อยู่ ตู้ปณ. 15 อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 036-267877-8

1. Pac 139
เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูงมาก ปรับตัวได้กว้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         90.16 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์

2. Pac 164
ฝักกระบอกใหญ่ เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         88.80 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.62 เปอร์เซ็นต์


ไพโอเนียร์ไฮเบรด
ที่อยู่ 71 หมู่ 13 ซอย 9 ถ.สาย 2 ขวา ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 15220 โทรศัพท์ 081-8042310

1. P 3875
ฝักใหญ่สม่ำเสมอ แกนเล็ก ฝักหักง่าย ทนแล้ง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 49 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.7 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.50 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.96 เปอร์เซ็นต์

2. P 4554
เก็บสด สีสวย ฝักใหญ่สม่ำเสมอ คุณภาพฝักดี ต้านทานโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.96 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.05 เปอร์เซ็นต์


เมล็ดพันธุ์ เอเชีย จำกัด
ที่อยู่ 192 ต.อุดมธัญญา อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-396512

1. LG 36769
ฝักใหญ่ยาว เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง สีสวย ยืนต้นดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.18 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.50 เปอร์เซ็นต์

2. LG 38778
ฝักยาว ทนแล้ง สีสวย ทนโรค
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.98 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.50 เปอร์เซ็นต์


ซินเจนทาซีสด์
ที่อยู่ 48 ม.9 ต.หนองพิกุล อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-263022

1. S 7328
ฝักใหญ่ น้ำหนักดี ยืนต้นนาน ทนทานโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.55 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.36 เปอร์เซ็นต์

2. S 6248
น้ำหนักดี ทนแล้ง เมล็ดสีส้มคุณภาพดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.16 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26 เปอร์เซ็นต์


ชรีแรม ไบโอซีด
ที่อยู่ 114/59 หมู่ 9 หมู่บ้านราชพฤกษ์ ถ.พหลโยธิน ต.ขุนโขลนอ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 082-5410413

1. BD 51348
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 49 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.46 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.50 เปอร์เซ็นต์

2. BD 51477
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/47 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.56 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.60 เปอร์เซ็นต์


วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชไทย จำกัด
ที่อยู่ 16/97 ม.13 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 036-716233-4

1. TS 1004
ต้นแข็งแรง ทนแล้ง น้ำหนักดี เก็บเกี่ยวได้เมื่อ 95 วัน
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก    2 เมตร/1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.04 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์

2. TS 2463
ฝักเสมอ เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง ความชื้นต่ำ เก็บเกี่ยวได้ไว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         88.52 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.04 เปอร์เซ็นต์



เวิลด์ซีดส์ จำกัด
ที่อยู่ 89/477 หมู่ 5 ซอยโอฬาร2 ถนน นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 02-7387337-8, 053-017066-7, 081-5318612

1. World seed 3377
เมล็ดแกร่ง ฝักสม่ำเสมอ น้ำหนักดี ปรับตัวได้กว้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.84 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์

2. World seed 3399
ฝักใหญ่ยาว เมล็ดโต รากลำต้นแข็งแรง ทนต่อโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 54 วัน/54 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.98 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24 เปอร์เซ็นต์


เคดับบลิว เอสซีดส์
ที่อยู่ 157/5 ม.2 ถ.เลียบคันคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-214751

1. KWS 8933
กล้าแกร่ง โตไว ฝักใหญ่ยาว หักง่าย น้ำหนักดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.59 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.12 เปอร์เซ็นต์

2. KWST 535
เก็บเกี่ยวไว ทนแล้ง ฝักใหญ่ยาว ติดเต็มสุด
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.77 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      19.52 เปอร์เซ็นต์


สุภิราชการเกษตรป้าว จำกัด
ที่อยู่ 272 ม.1 ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 50190 โทรศัพท์ 053-257111

1. SP 6138
ฝักยาว เมล็ดสีส้ม แกนเล็ก ระบบรากแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         80.19 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      21.92 เปอร์เซ็นต์

2. SP 6141
เมล็ดสีส้มเข้ม แกนเล็ก ระบบรากแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         79.28 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.40 เปอร์เซ็นต์


เอเชีย ครอปส์ จำกัด
ที่อยู่ 74 ถ.แสมดำ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 โทรศัพท์ 081-9355510

1. ทับทิมแดง
ต้นเตี้ย ไม่หักล้ม ทนแล้ง ต้านทานโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.52 เปอร์เซ็นต์


โกลคอนดา เอเชีย จำกัด
ที่อยู่ 154 ม.5 ต.หนองหนาม อ.เมือง จ.ลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-598118

1. GT 722
สีส้มสวย แกนเล็ก ทนโรคราสนิม
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.11 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.08 เปอร์เซ็นต์

2. GT 709
ฝักใหญ่ ทรงกระบอก ทนโรคราสนิม
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      28.58 เปอร์เซ็นต์


พืชพันธุ์ตะวันเหนือ จำกัด
ที่อยู่ 176 ม.1 ต.สันกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 50120 โทรศัพท์ 053-311198

1. SM 598
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.2 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.11 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.56 เปอร์เซ็นต์

2. SM 599
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.24 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.85 เปอร์เซ็นต์


ดับบลิว เอสซีดส์
ที่อยู่ 609/5 นวมินทร์ 137 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ 10230 โทรศัพท์ 062-5900993

1. WS 6409
ปรับตัวได้กว้าง ทนแล้ง ต้นเขียวเข้ม เก็บเกี่ยวง่าย ทนโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         87.28 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.72 เปอร์เซ็นต์


สยามซีดส์ อินเตอร์ จำกัด
ที่อยู่ 272 ม.1 ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 50190 โทรศัพท์ 053-257111

1. SD 6014
ฝักใหญ่ ปลูกได้ทั้งรุ่น 1 และรุ่น 2 ฝักมีจำนวนแถว 16-20 แถว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.64 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์

2. SD 6021
แกนเล็ก ฝักหุ้มมิด ไม่เป็นราดำ สีสวย เมล็ดแกร่ง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.70 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.12 เปอร์เซ็นต์

download ไฟล์ PDF
https://drive.google.com/file/d/0B58AXFUFCk9nTUNqcG5XTWZ4R0E/view?usp=drivesdk

ที่มา : สุริพัฒน์ ไทยเทศ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์

เนื้อหา