15 มิถุนายน 2555

เตือนภัย การระบาดของไรแดง มันสำปะหลัง

ช่วงนี้ พบการระบาดของไรแดง ในแปลงมันสำปะหลังหลายท้องที่ เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังควรหมั่นสำรวจแปลงปลูก หากพบการระบาดจะได้ป้องกันกำจัดทัน ก่อนที่จะระบาดรุนแรง

ไรแดง เป็นศัตรูที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของมันสำปะหลัง ที่มักระบาดในฤดูแล้ง หรือ เมื่อฝนทิ้งช่วง โดยไรแดงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบทำให้สูญเสียคลอโรฟิลล์ หากระบาดรุนแรงจะเคลื่อนย้ายไปดูดกินบนยอดอ่อน สร้างเส้นใยปกคลุมใบและลำต้น ทำให้ผิวใบด้านบนเป็นจุดด่างประสีเหลืองซีด ยอดไหม้ ใบเหี่ยวแห้ง และร่วง หากเกษตรกรพ่นสารป้องกันกำจัดไรได้ทัน ก็จะสามารถยับยั้งการระบาดได้

ในสภาพธรรมชาติ แปลงมันสำปะหลังจะมีศัตรูธรรมชาติที่คอยทำลายแมลงศัตรูพืชอยู่มาก แต่ระยะที่ผ่านมาเริ่มมีการใช้สารเคมีในแปลงปลูกมันสำปะหลังมากขึ้น ทำให้ศัตรูธรรมชาติถูกทำลาย จึงมีการระบาดของศัตรูพืช เช่น เพลี้ยแป้ง ไรแดง และแมลงหวี่ขาว รุนแรงมากขึ้น

กรณีที่ไรแดงระบาดรุนแรง กลุ่มกีฏวิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำชนิดและอัตราของสารฆ่าไรที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด ดังนี้

- ไพริดาเบน (pyridaben) ๒๐% ดับบลิวพี อัตรา ๑๐ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร

- เฟนบูทาติน ออกไซด์ (fenbutatin oxide) ๕๕% เอสซี อัตรา ๑๐ ซีซี/น้ำ ๒๐ ลิตร

- สไปโรมีซิเฟน (spiromesifen) ๒๔% เอสซี อัตรา ๖ ซีซี/น้ำ ๒๐ ลิตร

- เตตราไดฟอน (tetradifon) ๗.๒๕% อีซี อัตรา ๕๐ ซีซี/น้ำ ๒๐ ลิตร

ในการใช้สารฆ่าไร ไม่ควรพ่นชนิดเดียวกันติดต่อกันเกิน ๓ ครั้ง ควรสลับชนิดสารเพื่อป้องกันการต้านทานต่อสาร ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๔๑๒๘

ลักษณะการทำลายของไรแดง

ภาพที่ 1 อาการเริ่มแรกที่เกิดจากการทำลายของไรแดง ใบเกิดจุดประสีขาว

ภาพที่ 2 พลิกดูใต้ใบจะเห็นตัวไรแดง ลักษณะเป็นจุดแดงขนาดเล็ก

ภาพที่ 3 ไรแดงทำลายอย่างรุนแรง ใบเริ่มเป็นสีน้ำตาล


ภาพที่ 4 หากไม่มีการป้องกันกำจัดไรแดงที่เหมาะสมทำให้ใบไหม้ แห้ง


ข้อมูล:กลุ่มกีฏวิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช

2 เมษายน 2555

ไกลโฟเสท...ใช้ผิด เป็นพิษต่อพืช

ไกลโฟเสท เป็นสารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึึม ไม่เลือกทำลาย นำมาใช้ในการควบคุมวัชพืชได้หลายชนิด เกษตรกรบางรายนำมาใช้กำจัดวัชพืชที่ขึ้นในแปลงมันสำปะหลัง ซึ่งหากมีการใช้อย่างไม่ระมัดระวัง สามารถทำให้เกิดอาการผิดปกติกับมันสำปะหลังได้เมื่อพ่นขณะมันสำปะหลังต้นยังเล็ก หรือหากพ่นเมื่อต้นมันสำปะหลังต้นโตแต่ใช้ในอัตราที่สูงเกินไปและขาดความระมัดระวังในการพ่น แม้ว่าเกษตรกรบางรายจะทราบข้อมูลนี้เป็นอย่างดี แต่ในทางปฏิบัติการพ่นสารกำจัดวัชพืชเกษตรกรจะจ้างคนงานพ่นและไม่ได้มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ต้นพืชได้รับความเสียหาย (ภาพประกอบ 1-4)
การพ่นสารไกลโฟเสทขณะที่ต้นมันสำปะหลังยังเล็ก จะทำให้แคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต หยักใบมีลักษณะเป็นฝอย ยอดไม่เจริญ มีการแตกกิ่งที่ผิดปกติแต่ไม่เจริญเติบโต
ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้สารไกลโฟเสทในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลัง โดยให้ใช้สารควบคุมวัชพืชชนิด อลาคลอร์ หรือ ไดยูรอน ทันทีหลังปลูก หรือใช้จอบ เครื่องกลขนาดเล็กกำจัดวัชพืชระหว่างแถวปลูก เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน (ก่อนใส่ปุ๋ย)ให้ใช้จอบดายหรือพ่นสารกำจัดวัชพืชอีกครั้งด้วยฟลูอาซิฟอบ-พีบิวทิล ถ้ามีวัชพืชจำพวกใบแคบมากกว่า 50 %ของพื้นที่
หมายเหตุ:การใช้สารไดยูรอน ต้องพ่นทันทีหลังปลูกเสร็จขณะดินมีความชื้น หากพ่นหลังจากมันสำปะหลังแตกใบแล้ว จะเป็นพิษกับมันสำปะหลัง ทำให้ใบเหลืองจนถึงใบไหม้ ซึ่งพบเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากเกษตรกรมีความเข้าใจว่าไดยูรอนเป็นสารที่แนะนำให้ใช้กำจัดวัชพืชในมันสำปะหลัง จึงไม่คิดว่าจะมีความเป็นพิษกับมันสำปะหลัง ในความเป็นจริงนั้นหากเกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชไม่ถูกช่วงเวลาก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายกับพืชปลูกของเราได้

20 มีนาคม 2555

การฝึกอบรมระบบปลูกพืชที่มีข้าวเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 นายศักดิ์ เพ่งผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร ระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นหลัก รุ่นที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2555 ณ โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้แก่เจ้าหน้าและนักวิชาการของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มาจากพื้นที่ 11 จังหวัด จำนวน 100 คน เนื้อหาของการฝึกอบรมประกอบด้วยความรู้ในด้านพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต และการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ของพืชไร่ 3 ชนิด ที่แนะนำให้ปลูกหลังการทำนา ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดฝักสด และถั่วเขียว รวมทั้งผลกระทบจากการปลูกพืชมากกว่า 2 ครั้ง โดยมีวิทยากรจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ และศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท มาบรรยายให้ความรู้ในแต่ละสาขาวิชา

โครงการนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกันในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรโดยเฉพาะระบบปลูกพืชไร่ที่มีข้าวเป็นหลักมาถ่ายทอดให้กับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นวิทยากรฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจัดระบบการปลูกข้าว ปี 2555 กรมวิชาการเกษตรจึงได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร ระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นหลัก ให้กับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรต่อไป

25 มกราคม 2555

ประชุมแถลงผลงานวิจัย ประจำปี 2554

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ จัดให้มีการประชุมแถลงผลงานวิจัย ประจำปี 2554 เพื่อรายงานความก้าวหน้า หรือ สรุปผลการดำเนินงานในแต่ละการทดลอง ภายใต้โครงการวิจัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฝ้าย และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ุ 2555

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2555 นายธงชัย ตั้งเปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร เดินทางมาเปิดการประชุมแถลงผลงานวิจัยประจำปี 2554 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 54 ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ โดยมี นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กล่าวรายงาน การประชุมแถลงผลงานเป็นการสรุปและรายงานผลการวิจัยที่ได้ดำเนินงานในปี 2554 ประกอบไปด้วยงานวิจัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฝ้าย และพืชไร่เศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งมีทั้งหมด 9 ชุดโครงการ 13 โครงการวิจัย รวมจำนวน 58 การทดลอง มีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ สำนักวิจัย สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน ศูนย์วิจัยพืช และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร รวม 57 ราย การประชุมแถลงผลงานนี้เป็นโอกาสอันดีที่นักวิจัยของศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ จะได้นำเสนอผลงานวิจัยต่าง ๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงาน ตลอดจนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานซึ่งกันและกัน

18 มกราคม 2555

เกษตรกรโครงการหมู่บ้านเมล็ดพันธุ์ ดูงานแปลงสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2555 เวลา 10.00 น. นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กล่าวต้อนรับเกษตรกรผู้ร่วมโครงการหมู่บ้านเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในประเทศไทย (AFACI)จากจังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย และ ตาก จำนวน 110 คน ซึ่งเดินทางมาทัศนศึกษาและเยี่ยมชมแปลงสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม “นครสวรรค์ 3” ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์
การทัศนศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่เกษตรกรและมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดระหว่างเกษตรกรด้วยกันและระหว่างเกษตรกรและนักวิชาการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรมาจากสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย อาจมีเทคนิควิธีการหรือปัญหาในการผลิตแตกต่างกัน สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเพื่อนำกลับไปพัฒนาการผลิตให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ศูนย์ฯ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมและรับรองพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์นครสวรรค์ 3 ซึ่งให้ผลผลิตสูง ทนทานแล้ง รวมทั้งต้านทานโรค ขณะเดียวกันก็ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจและมีศักยภาพได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อเก็บไว้ใช้เอง จะทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ร้อยละ 40-50 โครงการหมู่บ้านเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในประเทศไทยนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสาธารณรัฐเกาหลี โดยเน้นเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์อย่างยั่งยืนเพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้

7 ธันวาคม 2554

ผอ.ศวร.นว. ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรในหลวง

เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๕๔ นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา นำข้าราชการ ลูกจ้าง ตลอดจนพนักงานราชการ ร่วมพิธีวางพานพุ่มและจุดเทียนถวายพระพร เนื่องในวโรกาสคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ๕ ธันวาคม ๕๔ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยพร้อมเพียงกัน

2 ธันวาคม 2554

ศวร.นว.พัฒนาป่าลาน เฉลิมพระเกียรติในหลวง

เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายพิเชษฐ์ กรุดลอยมา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ พร้อมด้วยข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และ พนักงานราชการ ร่วมกันพัฒนาป่าลานในบริเวณศูนย์ฯ ๒ (ต.ตากฟ้า)เป็นการรณรงค์อนุรักษ์ลานป่าซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ให้คงอยู่ต่อไป กิจกรรม " วันรณรงค์ร่วมใจฟื้นฟูป่าลาน " นี้ ศูนย์ฯ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

เนื้อหา