10 พฤศจิกายน 2559

โรคเมล็ดและฝักเน่าในข้าวโพด :เพนิซิลเลียม

โรคเมล็ดและฝักเน่าในข้าวโพดที่เกิดจากเชื้อราเพนิซิลเลียม (Penicillium kernel and ear rot)

ช่วงเก็บเกี่ยวอาจพบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีเมล็ดและฝักเน่า เกิดได้จากเชื้อราหลายชนิด
เชื้อราเพนิซิลเลียม  (Penicillium sp.) เป็นหนึ่งในเชื้อราที่สามารถทำลายเมล็ดและฝักข้าวโพด  (Penicillium ear rot) โดยเข้าทำลายตั้งแต่ระยะก่อนเก็บเกี่ยว

+เชื้อราเพนิซิลเลียมหลายสปีชีส์ที่ทำลายเมล็ดข้าวโพดและสร้างสารพิษโอคลาทอกซิน (ochratoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

+ลักษณะสำคัญของโรคฝักเน่าข้าวโพด ที่เกิดจากการทำลายของเชื้อราเพนิซิลเลียม ที่แตกต่างจากโรคเมล็ดเน่าและฝักเน่าที่เกิดจากการทำลายเชื้อชนิดอื่นๆ คือ #มีส่วนของเชื้อราที่มีสีเขียวอมฟ้าอยู่ตามซอกระหว่างเมล็ดและบนแกนฝัก #เมล็ดมักจะมีสีขาวซีดและมีรอยขีดสีขาว

+พบในสภาพที่มีความชื้นสูง ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือในพันธุ์ที่เปลือกหุ้มฝักไม่มิด หรือไม่แน่น

++ภาพประกอบ : Penicillium ear rot ที่ อ.ตากฟ้า แปลงนี้ปลูก 28 มีนาคม 59 เริ่มมีฝนตกติดต่อกันตอนข้าวโพดอายุ 82 วัน จนถึงเก็บเกี่ยว (จำนวนวันฝนตก 28 วัน) อุณหภูมิสูงสุดฉลี่ย ช่วงวันปลูก-เก็บเกี่ยว เท่ากับ 37.1 C 








ภาพจากการสำรวจในปี 2560





11 เมษายน 2559

ปริมาณความต้องการน้ำของพืชไร่

ในภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น การกระจายตัวของฝนเปลี่ยนแปลงไป ฝนไม่ตกตามฤดูกาล  เกิดวิกฤตความแห้งแล้ง เป็นปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญต่อการผลิตพืช

น้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากต่อการให้ผลผลิตของพืช ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ได้วิเคราะห์และจัดทำข้อมูลปริมาณความต้องการน้ำของพืชไร่ ซึ่งได้แก่ อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน ข้าวฟ่าง งา มันสำปะหลัง ฝ้าย ถั่วเขียวและถั่วเหลือง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการระบบการปลูกพืชและการใช้น้ำตามความต้องการของพืชในแต่ละช่วงอายุการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ





































ดาวน์โหลด ไฟล์ PDF ปริมาณความต้องการน้ำของพืชไร่ 


เนื้อหา