6 มีนาคม 2561

เทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  เป็นพืชไร่ที่มีศักยภาพที่จะปลูกในพื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี  เนื่องจากมีอายุสั้น  ประมาณ 100-110 วัน  ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนา ช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูในนาข้าว

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ

การเลือกพื้นที่ปลูก
ควรเลือกพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดฤดูกาลปลูก หลีกเลี่ยงพื้นที่ ราบลุ่มต่ำและระบายน้ำยาก

วันปลูก
ควรกำหนดวันปลูกข้าวโดยการกำหนดวันปลูกข้าวโพดไว้ล่วงหน้า เช่น หากต้องการปลูกข้าวโพดในเดือนตุลาคม    จะต้องปลูกข้าวในเดือนมิถุนายน  หรือ  ถ้าปลูกล่าช้า  เกษตรกรจะต้องเก็บเกี่ยวข้าวให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน  หากเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม  จะทำให้ปลูกข้าวโพดล่าช้าถึงเดือนมกราคม  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวโพด

วันปลูกที่เหมาะสมของข้าวโพดในฤดูแล้ง คือ เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ซึ่งหากปลูกได้เร็วจะทำให้ต้นข้าวโพดมีการเจริญเติบโตดี  และระยะออกดอกไม่ตรงกับช่วงที่อุณหภูมิสูง การปลูกข้าวโพดในช่วงนี้ ในปีที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ จะทำให้ข้าวโพดงอกช้ากว่าปกติ  หรือแสดงอาการใบสีม่วงคล้ายขาดปุ๋ยฟอสฟอรัสในระยะต้นกล้า

อุณหภูมิต่ำระยะกล้า ทำให้ข้าวโพดมีอาการใบม่วง 


การเลือกเมล็ดพันธุ์
เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี มีความงอกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีความแข็งแรงสูง  เนื่องจากการปลูกข้าวโพดฤดูแล้ง   อาศัยความชื้นในดินที่หลงเหลืออยู่หลังเก็บเกี่ยวข้าวซึ่งมีค่อนข้างจำกัด

ลักษณะดิน
ดินนาที่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ได้แก่  ดินร่วน ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนทราย  เนื่องจากมีการระบายน้ำดี และมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร

ควรหลีกเลี่ยง การปลูกข้าวโพดในดินนาที่เป็นดินเหนียวจัด เนื่องจากระบายน้ำไม่ดี และหลีกเลี่ยงดินกรดถึงกรดจัด (pH ต่ำกว่า 5.0)

วิธีการเตรียมดิน
- ไถดะ  โดยใช้รถไถผาล 7 หรือ รถไถเดินตาม  หลังเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมคราดเพื่อย่อยดินและเก็บความชื้น  ทิ้งแปลงตากแดดไว้ 5-7  วัน เพื่อกำจัดวัชพืช  จากนั้นไถแปรพร้อมกับคราด 2-3 ครั้ง  เพื่อเก็บความชื้นและย่อยดินให้ร่วนซุย

- พื้นที่นาที่พื้นดินไม่สม่ำเสมอ  ต้องปรับพื้นที่ให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีแอ่ง หรือส่วนที่เป็นโคกและที่ดอน  เพื่อสะดวกในการให้น้ำและระบายน้ำออกจากแปลง



- ควรทำร่องส่งน้ำเข้าแปลงและร่องระบายน้ำออกจากแปลงรอบๆ แปลงนา แปลงนาที่มีขนาดใหญ่หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 3-5 ไร่ขึ้นไป ควรทำร่องส่งน้ำและระบายน้ำกลางแปลงเพิ่มเติมทุกๆ  20-40 แถว  โดยทิศทางของร่องให้ขนานกับแถวปลูกเพื่อส่งน้ำเข้าแปลงได้อย่างทั่วถึง

 

วิธีการปลูก
- การปลูกแบบเป็นแถว โดยใช้รถไถเดินตามขนาดเล็ก พร้อมกับการใส่ปุ๋ยรองพื้น ระยะปลูกที่เหมาะสม คือ ระยะระหว่างแถว 70-75 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 20 เซนติเมตร จำนวน 1 ต้นต่อหลุม

- อัตราเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม คือ 2.5-3.0 กิโลกรัมต่อไร่ หากจำเป็นต้องมีการปลูกซ่อม ควรปลูกซ่อมในช่วง 7-10 วันหลังปลูก

การใส่ปุ๋ย
1. การใส่ปุ๋ยเคมีรองพื้น  ควรใช้ตามค่าวิเคราะห์ดิน  สูตร 15-15-15  16-16-8  16-8-8 หรือ 20-10-5 เป็นต้น  การปลูกโดยใช้เครื่องปลูก ใส่ปุ๋ยพร้อมปลูก

   2. การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 1 และพูนโคน   เมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 3 สัปดาห์หลังปลูก โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร  46-0-0  อัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างแถวปลูก  แล้วพูนโคนกลบ

   3. การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 2 เมื่อข้าวโพดเริ่มออกช่อดอกตัวผู้และออกไหม โดยใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0  อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างร่องน้ำ หลังจากให้น้ำแล้ว




การให้น้ำ
การปลูกข้าวโพดโดยอาศัยความชื้นในดินที่หลงเหลืออยู่หลังเก็บเกี่ยวข้าว  ควรมีการตรวจสอบความชื้นของดินหลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว 
  • หากความชื้นของดินไม่เพียงพอสำหรับการงอกและการเจริญเติบโตในระยะแรก (1-2 สัปดาห์) ควรมีการให้น้ำก่อนปลูก โดยไถดะพร้อมกับปล่อยน้ำเข้าแปลงนา ทิ้งไว้จนความชื้นพอเหมาะสำหรับการไถพรวน
  • แต่ถ้าดินมีความชื้นเพียงพอ ให้ไถดะพร้อมคราดเพื่อเก็บรักษาความชื้น
ควรให้น้ำครั้งแรกหลังจากการพรวนดินพูนโคน เมื่อข้าวโพดอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ หรือหลังจากนั้น   อาจจะสังเกตอาการเหี่ยวชั่วคราวของใบข้าวโพดที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายในการให้น้ำครั้งแรกและครั้งต่อไป หลังจากนั้นให้น้ำอีกประมาณ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและสภาพภูมิอากาศ


ข้อควรระวังในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา
1. หลีกเลี่ยงพื้นที่ราบลุ่มต่ำ และน้ำท่วมขัง
2. ไถเตรียมดินเมื่อความชื้นพอเหมาะโดยเฉพาะดินเหนียว   หากไถในสภาพที่ดินมีความชื้นสูง  จะทำให้ดินเป็นก้อนโต   หากไถดินในสภาพที่ดินแห้งเกินไป จะทำให้ไถเตรียมดินยาก และไถได้ไม่ลึก
3. หลีกเลี่ยงดินเหนียวถึงเหนียวจัด ระบายน้ำไม่ดี  และหลีกเลี่ยงดินกรดถึงกรดจัด 
4. ไม่ควรปลูกหลังเดือนธันวาคม จะทำให้ผลผลิตต่ำ
 5. อย่าให้ขาดน้ำในระยะออกดอก ซึ่งเป็นระยะวิกฤตของพืช จะทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก หรือให้น้ำมากเกินไปในระยะแรกจะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง
 6. เมล็ดพันธุ์ต้องมีความงอกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

ที่มา:
ดร.สมชาย บุญประดับ เทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีคุณภาพ เอกสารประกอบการฝึกอบรม หลักสูตรระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นหลัก 15 กุมภาพันธุ์ -10 มีนาคม 2555 ณ โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จัดทำโดย สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร

15 พฤศจิกายน 2560

การจัดการดิน ปุ๋ยและเศษซากพืช ในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

การจัดการดิน ปุ๋ย และเศษซากพืชอย่างเหมาะสม สามารถลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างยั่งยืน

สมบัติของดินที่เหมาะสม
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถปลูกในดินร่วน ร่วนปนทราย ร่วนเหนียว ดินเหนียว ที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง- สูง มีการระบายน้ำดี ค่าความเป็นกรด-ด่าง 5.5-7.5

ความต้องการธาตุอาหารของข้าวโพด
        ปริมาณธาตุอาหารที่ข้าวโพดดูดใช้ เพื่อสร้างผลผลิต 1 ตันต่อไร่
     -ไนโตรเจน 18 กก. N/ไร่
     - ฟอสฟอรัส       3.5 กก. P/ไร่
                            8 กก. P2O5 /ไร่
     - โพแทสเซียม   9 กก. K/ไร่
                           11 กก. K2O/ไร่

ปริมาณธาตุอาหารในเศษซาก ต้น ใบข้าวโพดที่ให้ผลผลิต 1 ตัน/ไร่
คาร์บอน        600 กก. C/ไร่
ไนโตรเจน         5 กก. N/ไร่
ฟอสฟอรัส 0.6 กก. P/ไร่ ( 1.4  กก. P2O5/ไร่ )
โพแทสเซียม    4 กก. K/ไร่ ( 4.8  กก. K2O/ไร่ )
          คิดเป็นต้นทุนธาตุอาหารจากปุ๋ยเคมี  330 บาท/ไร่

การจัดการดิน 
  • คลุกเมล็ดด้วยปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์  1  ถุง  (500 กรัม)  ต่อเมล็ด  3-5  กก. 
  • ใส่ปุ๋ยรองพื้นพร้อมปลูก  ด้วยปุ๋ยที่มีธาตุอาหารครบทั้ง  N  P  K  เพื่อให้พืชตั้งตัวได้ดี
  • ใส่ปุ๋ยครั้งที่  2  ให้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเมื่อข้าวโพดอายุ  20-30  วัน  เพื่อเตรียมต้นให้สมบูรณ์พร้อมสำหรับการออกดอก
  • หลังเก็บเกี่ยว ควรไถกลบเศษซากข้าวโพด เพื่อให้ธาตุอาหารกลับคืนสู่ดิน ช่วยรักษาดินไม่ให้เสื่อมโทรม

              
         ++ระยะเริ่มงอก  พืชใช้ธาตุอาหารปริมาณน้อย ระยะออกดอกและติดฝัก  พืชเจริญเติบโตสูงสุด การดูดใช้ธาตุอาหารเริ่มลดน้อยลง++


< การใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ สามารถลดการใช้ปุ๋ย  N  P  K  ได้  25% 
< การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์  เพิ่มผลผลิตได้  10%  และลดต้นทุนได้  20%
< การไถกลบเศษซากข้าวโพดกลับลงไปในดิน  ช่วยรักษาคุณภาพดิน ทำให้การผลิตข้าวโพดมีความยั่งยืน


ข้อมูล : กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร

24 กันยายน 2560

พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมการค้า ภาครัฐและเอกชน

ข้อมุลลักษณะเด่น และลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ลูกผสม จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ซึ่งที่ได้จากการปลูก ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ต้นฤดูฝน ปี 2560 วันปลูก  28 เมษายน 2560  เก็บเกี่ยว 24 สิงหาคม 2560 อายุ ณ วันเก็บเกี่ยว 118 วัน

ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ 
ที่อยู่ 146 หมู่ 1 ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-241019

1.นครสวรรค์ 3
ทนแล้ง ต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง และราสนิม เก็บเกี่ยวง่าย
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.23 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      21.92 เปอร์เซ็นต์

2. นครสวรรค์ 2
มีระบบรากแข็งแรง ทนแล้ง ต้านทานโรคราน้ำค้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.50 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.52 เปอร์เซ็นต์

3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น NSX 042022 (พันธุ์นครสวรรค์ 4)
ทนแล้ง ต้านทานโรคราสนิม ราน้ำค้าง และใบไหม้แผลใหญ่
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.82 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      20.59 เปอร์เซ็นต์


4. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น NSX 052014 (พันธุ์นครสวรรค์ 5)
ทนแล้ง ฝักแห้งเร็ว ต้านทานโรคราสนิม ใบไหม้แผลใหญ่ และราน้ำค้าง
สามารถเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 100  วัน
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.97 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      19.68 เปอร์เซ็นต์


5. พันธุ์ผสมเปิดนครสวรรค์ 1 
อายุการเก็บเกี่ยว 100 วัน ต้านทานโรคโคนเน่าและโรคราน้ำค้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/47 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.2 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.24 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      18.61 เปอร์เซ็นต์
*พันธุ์ผสมเปิด สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกรุ่นต่อไปได้


ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ
 ที่อยู่ 298 ถ.มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30320 โทรศัพท์ 044-361700-2

1. สุวรรณ 4452
ทนแล้งดีพอสมควร และทนฝนตกหนัก
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.36 เปอร์เซ็นต์

2. พันธุ์ผสมเปิดสุวรรณ 5 
เหมาะสำหรับ เก็บฝักแห้งและใช้เป็นข้าวโพดหมัก
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.18 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.96 เปอร์เซ็นต์


บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ้วส์ จำกัด
ที่อยู่ ตู้ปณ. 1 ปณ.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี 18220 โทรศัพท์ 036-722440

1. CP 639
ฝักอ้วนใหญ่ เมล็ดโต  ติดสุดปลาย ระบบราก-ลำต้นแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.48 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      28.58 เปอร์เซ็นต์

2. CP 640
ฝักใหญ่ สีสวย ต้านทานโรคใบไหม้แผลใหญ่ ราก-ลำต้นแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.7 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.92 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์


บริษัท มอนซานโต้ ไทยแลนด์ จำกัด
ที่อยู่ 56 หมู่ 6 ถนนวังทอง-เขาทราย ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทรศัพท์ 055-394000

1. 9898C 
ยืนต้นได้ดี ทนต่อโรคทางใบ ปรับตัวดีทั้งฤดูฝนและหลังนา
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.79 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.75 เปอร์เซ็นต์

2. 9919C 
ยืนต้นได้ดีมาก ความชื้นต่ำ เหมาะมากสำหรับรถเกี่ยว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์


บริษัทแปซิฟิกเมล็ดพันธุ์ จำกัด
ที่อยู่ ตู้ปณ. 15 อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 036-267877-8

1. Pac 139
เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูงมาก ปรับตัวได้กว้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         90.16 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์

2. Pac 164
ฝักกระบอกใหญ่ เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         88.80 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.62 เปอร์เซ็นต์


ไพโอเนียร์ไฮเบรด
ที่อยู่ 71 หมู่ 13 ซอย 9 ถ.สาย 2 ขวา ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 15220 โทรศัพท์ 081-8042310

1. P 3875
ฝักใหญ่สม่ำเสมอ แกนเล็ก ฝักหักง่าย ทนแล้ง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 49 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.7 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.50 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.96 เปอร์เซ็นต์

2. P 4554
เก็บสด สีสวย ฝักใหญ่สม่ำเสมอ คุณภาพฝักดี ต้านทานโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.96 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.05 เปอร์เซ็นต์


เมล็ดพันธุ์ เอเชีย จำกัด
ที่อยู่ 192 ต.อุดมธัญญา อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-396512

1. LG 36769
ฝักใหญ่ยาว เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง สีสวย ยืนต้นดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.18 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.50 เปอร์เซ็นต์

2. LG 38778
ฝักยาว ทนแล้ง สีสวย ทนโรค
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.98 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.50 เปอร์เซ็นต์


ซินเจนทาซีสด์
ที่อยู่ 48 ม.9 ต.หนองพิกุล อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 60190 โทรศัพท์ 056-263022

1. S 7328
ฝักใหญ่ น้ำหนักดี ยืนต้นนาน ทนทานโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         82.55 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.36 เปอร์เซ็นต์

2. S 6248
น้ำหนักดี ทนแล้ง เมล็ดสีส้มคุณภาพดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.16 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26 เปอร์เซ็นต์


ชรีแรม ไบโอซีด
ที่อยู่ 114/59 หมู่ 9 หมู่บ้านราชพฤกษ์ ถ.พหลโยธิน ต.ขุนโขลนอ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 082-5410413

1. BD 51348
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 49 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.46 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.50 เปอร์เซ็นต์

2. BD 51477
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/47 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.56 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.60 เปอร์เซ็นต์


วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชไทย จำกัด
ที่อยู่ 16/97 ม.13 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 โทรศัพท์ 036-716233-4

1. TS 1004
ต้นแข็งแรง ทนแล้ง น้ำหนักดี เก็บเกี่ยวได้เมื่อ 95 วัน
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/49 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก    2 เมตร/1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.04 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์

2. TS 2463
ฝักเสมอ เปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง ความชื้นต่ำ เก็บเกี่ยวได้ไว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 47 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         88.52 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.04 เปอร์เซ็นต์



เวิลด์ซีดส์ จำกัด
ที่อยู่ 89/477 หมู่ 5 ซอยโอฬาร2 ถนน นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 02-7387337-8, 053-017066-7, 081-5318612

1. World seed 3377
เมล็ดแกร่ง ฝักสม่ำเสมอ น้ำหนักดี ปรับตัวได้กว้าง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.84 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      26.20 เปอร์เซ็นต์

2. World seed 3399
ฝักใหญ่ยาว เมล็ดโต รากลำต้นแข็งแรง ทนต่อโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 54 วัน/54 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.98 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24 เปอร์เซ็นต์


เคดับบลิว เอสซีดส์
ที่อยู่ 157/5 ม.2 ถ.เลียบคันคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-214751

1. KWS 8933
กล้าแกร่ง โตไว ฝักใหญ่ยาว หักง่าย น้ำหนักดี
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 53 วัน/53 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.59 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.12 เปอร์เซ็นต์

2. KWST 535
เก็บเกี่ยวไว ทนแล้ง ฝักใหญ่ยาว ติดเต็มสุด
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.77 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      19.52 เปอร์เซ็นต์


สุภิราชการเกษตรป้าว จำกัด
ที่อยู่ 272 ม.1 ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 50190 โทรศัพท์ 053-257111

1. SP 6138
ฝักยาว เมล็ดสีส้ม แกนเล็ก ระบบรากแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.6 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         80.19 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      21.92 เปอร์เซ็นต์

2. SP 6141
เมล็ดสีส้มเข้ม แกนเล็ก ระบบรากแข็งแรง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.4 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         79.28 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.40 เปอร์เซ็นต์


เอเชีย ครอปส์ จำกัด
ที่อยู่ 74 ถ.แสมดำ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 โทรศัพท์ 081-9355510

1. ทับทิมแดง
ต้นเตี้ย ไม่หักล้ม ทนแล้ง ต้านทานโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         83.91 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      23.52 เปอร์เซ็นต์


โกลคอนดา เอเชีย จำกัด
ที่อยู่ 154 ม.5 ต.หนองหนาม อ.เมือง จ.ลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-598118

1. GT 722
สีส้มสวย แกนเล็ก ทนโรคราสนิม
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.11 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      27.08 เปอร์เซ็นต์

2. GT 709
ฝักใหญ่ ทรงกระบอก ทนโรคราสนิม
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.1 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      28.58 เปอร์เซ็นต์


พืชพันธุ์ตะวันเหนือ จำกัด
ที่อยู่ 176 ม.1 ต.สันกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 50120 โทรศัพท์ 053-311198

1. SM 598
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 48 วัน/48 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.2 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.11 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.56 เปอร์เซ็นต์

2. SM 599
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 50 วัน/50 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         85.24 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.85 เปอร์เซ็นต์


ดับบลิว เอสซีดส์
ที่อยู่ 609/5 นวมินทร์ 137 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ 10230 โทรศัพท์ 062-5900993

1. WS 6409
ปรับตัวได้กว้าง ทนแล้ง ต้นเขียวเข้ม เก็บเกี่ยวง่าย ทนโรคทางใบ
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.3 เมตร/1.1 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         87.28 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      22.72 เปอร์เซ็นต์


สยามซีดส์ อินเตอร์ จำกัด
ที่อยู่ 272 ม.1 ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 50190 โทรศัพท์ 053-257111

1. SD 6014
ฝักใหญ่ ปลูกได้ทั้งรุ่น 1 และรุ่น 2 ฝักมีจำนวนแถว 16-20 แถว
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 51 วัน/51 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.5 เมตร/1.3 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         84.64 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      24.22 เปอร์เซ็นต์

2. SD 6021
แกนเล็ก ฝักหุ้มมิด ไม่เป็นราดำ สีสวย เมล็ดแกร่ง
อายุวันออกดอกตัวผู้/ไหม 52 วัน/52 วัน
ความสูงต้น/ความสูงฝัก   2.4 เมตร/1.2 เมตร
เปอร์เซ็นต์กะเทาะ         81.70 เปอร์เซ็นต์
ความชื้น ณ เก็บเกี่ยว      25.12 เปอร์เซ็นต์

download ไฟล์ PDF
https://drive.google.com/file/d/0B58AXFUFCk9nTUNqcG5XTWZ4R0E/view?usp=drivesdk

ที่มา : สุริพัฒน์ ไทยเทศ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์

18 กันยายน 2560

แมลงบั่วมะม่วง/บั่วปมในมะม่วง


ลักษณะการเข้าทำลาย
แมลงบั่วเป็นแมลงปากซับดูด ตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชลักษณะคล้ายยุง มีลำตัวสีเขียว สามารถทำลายได้ตั้งแต่ใบ ดอก ผลอ่อน

ใบ  :  พบอาการตั้งแต่ใบอ่อนจนถึงใบแก่ โดยพบตุ่มบนหลังใบขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร ตอนแรกจะเป็นสีเหลืองต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเป็นสีดำในที่สุด มีรูที่ตุ่มด้านบนเป็นร่องรอยของแมลงบั่วเจาะออกไป
ดอก  :  มีลักษณะบวมโป่งพอง ขนาดของดอกโตกว่าดอกปกติ เมื่อผ่าดอกจะพบหนอนสีครีมใสหลายตัว
ผลอ่อน  :  ผลอ่อนโป่งพองใสกลม และพบจุดสีน้ำตาลหรือดำที่ผลเป็นร่องรอยการเจาะออกของแมลงและทำให้ผลมะม่วงร่วงเสียหายมาก


จะพบปุ่มปมบนใบมะม่วงในสวนมะม่วงทั่วไปที่ไม่ค่อยดูแลและตัดแต่งกิ่งซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแมลง เมื่อถึงฤดูกาลติดดอกออกผลของมะม่วงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ แมลงจะเข้าทำลายดอกและผลอ่อนของมะม่วง จะทำให้ดอกและผลอ่อนของมะม่วงร่วงหล่นเสียหาย พบแมลงชนิดนี้ระบาดในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมะม่วงส่งออกที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง มีพื้นที่ปลูกประมาณ 5,000 ไร่ ถูกแมลงบั่วทำลายมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ บางรายเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวสวนจำเป็นต้องทำมะม่วงรุ่นใหม่ เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต และทำให้การส่งออกมะม่วงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

การป้องกันกำจัด
1. หลังเก็บเกี่ยวมะม่วงเสร็จในแต่ละฤดูกาล ควรมีการตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ไม่เป็นที่สะสมของแมลงและโรค
2. ในเขตที่เคยพบแมลงระบาด ควรสำรวจแปลงมะม่วงสม่ำเสมอถ้าพบการทำลายให้รีบป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี คาร์บาริล หรืออิมิดาโคลพริด ตามอัตราแนะนำ

แหล่งข้อมุล : สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 กรมวิชาการเกษตร


เนื้อหา